NUX C-58RC ระบบไวเลสไร้สายความถี่ 5.8GHz สำหรับกีตาร์และเบส ใช้ย่านความถี่ 5.8GHz ที่มีสัญญาณรบกวนน้อย พร้อมระบบจับคู่เชื่อมต่อที่ใช้งานง่าย เพียงเสียบก็พร้อมใช้งาน (Plug & Play) มาพร้อมฟังก์ชัน Cable Tone ที่ช่วยรักษาคาแรคเตอร์เสียงให้ใกล้เคียงกับการใช้สายแจ็คแบบดั้งเดิม และเคสชาร์จแบบแม่เหล็ก (Magnetic Charging Case) ที่ช่วยให้ชาร์จไฟได้อย่างสะดวก พร้อมใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ระบบไวเลสเดียวที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ตั้งแต่การฝึกซ้อมไปจนถึงการแสดงสดบนเวที
ย่านความถี่สาธารณะที่ใช้งานได้ทั่วโลก
ค่าความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ
ส่งสัญญาณได้อย่างเสถียร
คุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ
อุปกรณ์ไร้สายที่เราใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi ภายในบ้านหรือลำโพง Bluetooth ส่วนใหญ่มักใช้ย่านความถี่ 2.4GHz ร่วมกัน ทำให้มีการใช้งานหนาแน่นและอาจเกิดสัญญาณรบกวนได้ง่าย
NUX C-58RC จึงเลือกใช้ย่านความถี่สาธารณะ 5.8GHz ที่มีการใช้งานหนาแน่นน้อยกว่า ช่วยให้การส่งสัญญาณไร้สายมีความเสถียรและราบรื่น ไม่ว่าจะใช้งานในห้องซ้อมดนตรี คลับขนาดเล็ก หรือบนเวทีคอนเสิร์ตระหว่างทัวร์
ให้คุณได้ยินเสียงกีตาร์ที่คมชัด เป็นธรรมชาติ และมีความเที่ยงตรงสูง (High-Fidelity) ตลอดการเล่น
ไม่ว่าจะต้องการเสียบแล้วเล่นได้ทันที หรือจัดการช่องสัญญาณไร้สายสำหรับการใช้งานร่วมกันของนักดนตรีหลายคน NUX C-58RC ก็รองรับได้อย่างครบครัน ด้วยระบบจับคู่สัญญาณ 2 รูปแบบ
Auto Mode: จับคู่สัญญาณอัตโนมัติภายในไม่กี่วินาที เพียงเชื่อมต่ออุปกรณ์ก็พร้อมใช้งาน ไม่ต้องตั้งค่าให้ยุ่งยาก
Manual Mode: เลือกและควบคุมช่องสัญญาณไร้สายได้ทั้งหมด 10 ช่อง ช่วยให้จัดสรรช่องสัญญาณได้อย่างอิสระและยืดหยุ่น เหมาะสำหรับการใช้งานบนเวทีที่มีอุปกรณ์ไร้สายหลายชุด
ระหว่างการแสดงสด ปัญหาสัญญาณรบกวนอาจเกิดขึ้นได้ เพียงกดปุ่ม SCAN/ACT บนตัว Transmitter ระบบจะสแกนและเปลี่ยนไปใช้ช่องสัญญาณที่มีสัญญาณรบกวนน้อยกว่าได้ทันที
ด้วยการสลับช่องสัญญาณที่รวดเร็วและราบรื่น ช่วยให้คุณเล่นดนตรีได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด ไม่ต้องหยุดเล่นกลางเพลง และไม่ต้องเสียเวลาเข้าเมนูเพื่อตั้งค่าให้ยุ่งยาก
ไม่ว่าจะวิ่ง กระโดด หรือเคลื่อนไหวบนเวที ก็อาจเผลอไปกดปุ่มโดยไม่ตั้งใจได้ NUX C-58RC จึงมาพร้อมฟังก์ชันล็อกปุ่มควบคุม เพื่อป้องกันการกดปุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างการแสดง
กดปุ่ม Power 2 ครั้งติดกันล็อกการทำงานของปุ่ม และกดซ้ำอีก 2 ครั้ง เพื่อปลดล็อก ช่วยให้เล่นได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องเผลอกดปุ่ม สามารถโฟกัสกับการเล่นดนตรีได้อย่างเต็มที่
ด้วยดีไซน์ที่กะทัดรัดและเพรียวบาง ทำให้ตัวส่งสัญญาณ (Transmitter) แนบชิดกับตัวกีตาร์ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะกีตาร์ดีไซน์สมัยใหม่และกีตาร์แบบ Headless พร้อมเว้นพื้นที่ให้ระบบคันโยก (Tremolo) มาตรฐานสามารถทำงานได้อย่างอิสระ
ไม่ว่าจะโยกคันโยกหนัก ๆ แบบ Dive Bomb ใช้ Vibrato เบา ๆ หรือเล่นด้วยเทคนิคที่รวดเร็วและหลากหลาย ตัวส่งสัญญาณก็ไม่เกะกะหรือรบกวนการเล่น ช่วยให้คุณเคลื่อนไหวและถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงกีตาร์ได้อย่างเต็มที่
NUX C-58RC มาพร้อมหน้าจอ OLED ความละเอียดสูงทั้งตัวส่งสัญญาณ (Transmitter) และตัวรับสัญญาณ (Receiver) สามารถแสดงสถานะสัญญาณเสียง ระดับแบตเตอรี่ และข้อมูลช่องสัญญาณได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ก่อนขึ้นเวทีได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังสามารถ กดปุ่มเพื่อหมุนกลับทิศทางการแสดงผลหน้าจอ ทำให้อ่านข้อมูลได้ง่าย ไม่ว่าจะติดตั้งหรือเสียบอุปกรณ์ในทิศทางใดก็ตาม
NUX C-58RC มาพร้อมจูนเนอร์ในตัว (Built-In Tuner) ช่วยให้ตั้งสายกีตาร์ได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์แยก เพียงเปิดเครื่องและ กดปุ่ม Power บนตัวส่งสัญญาณ (Transmitter) 1 ครั้งสั้น ๆ เพื่อเข้าสู่โหมด Tuner ระบบจะตัดเสียงขาออก (Mute) โดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถตั้งสายได้อย่างเงียบ ๆ โดยไม่รบกวนการเล่นหรือการแสดง
เมื่อตั้งสายเสร็จ เพียงกดปุ่มอีกครั้งเพื่อออกจากโหมด Tuner ช่วยลดจำนวนเอฟเฟกต์บนบอร์ด และทำให้ระบบเชื่อมต่อสัญญาณเสียง (Signal Chain) เรียบง่ายยิ่งขึ้น
คาแรคเตอร์เสียงที่คุ้นเคยจากการใช้สายแจ็คกีตาร์ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้มือกีตาร์หลายคนยังลังเลที่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบไวเลส C-58RC จึงมาพร้อมฟังก์ชัน Cable Tone ที่จำลองค่าความจุไฟฟ้าของสายแจ็คกีตาร์ความยาว 6.4 เมตร ช่วยถ่ายทอดคาแรคเตอร์เสียงย่านแหลม ทำให้คุณเปลี่ยนมาใช้ระบบไร้สายได้โดยไม่ต้องเสียเอกลักษณ์ของโทนเสียงเดิม
เพียง กดปุ่ม CTRL บนตัวรับสัญญาณ (Receiver) 1 ครั้งสั้น ๆ เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชัน Cable Tone โดยหน้าจอจะแสดงคำว่า “CABLE” เพื่อยืนยันการทำงาน
กีตาร์แต่ละรุ่นใช้ปิ๊กอัพและมีระดับสัญญาณขาออกที่แตกต่างกัน C-58RC มาพร้อมโหมดการทำงานที่รองรับทั้งปิ๊กอัพแบบ Active และ Passive เพื่อให้ได้สัญญาณเสียงที่สะอาดและคงคาแรคเตอร์เสียงของเครื่องดนตรี
โดยปกติระบบจะตั้งค่าเริ่มต้นเป็น Passive Mode สำหรับปิ๊กอัพแบบ Passive แต่หากใช้งานกับกีตาร์ที่มีสัญญาณออกสูงหรือใช้ปิ๊กอัพแบบ Active เพียง กดปุ่ม SCAN/ACT บนตัว Transmitter ค้างไว้ เพื่อเปลี่ยนเป็น Active Mode ช่วยป้องกันสัญญาณแรงเกินจนเกิดเสียงแตกพร่า (Overload Distortion) ไม่ว่าจะใช้กีตาร์หรือปิ๊กอัพประเภทใด ก็สามารถรักษาคุณภาพและคาแรคเตอร์เสียงได้อย่างครบถ้วน
NUX C-58RC มาพร้อมหัวแจ็คขนาด 1/4 นิ้ว (6.35 มม.) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมระบบตัดสัญญาณอัตโนมัติ (Auto-Muting) ซึ่งจะตัดสัญญาณเสียงทันทีเมื่อเสียบหรือถอดแจ็คออกจากเครื่องดนตรี ช่วยป้องกันเสียงป๊อป (Pop Noise) และเสียงรบกวนที่ไม่พึงประสงค์
ทำให้สามารถ สลับเปลี่ยนเครื่องดนตรีระหว่างการแสดงสดหรือฝึกซ้อมได้อย่างสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องปิดแอมป์หรือลดระดับเสียงก่อนเปลี่ยนเครื่องดนตรี
NUX C-58RC มาพร้อมเคสชาร์จแบบแม่เหล็ก (Magnetic Charging Case) เพียงวางตัวส่งสัญญาณ (Transmitter) และตัวรับสัญญาณ (Receiver) ลงในเคส ระบบแม่เหล็กจะช่วยยึดอุปกรณ์ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและเริ่มชาร์จไฟโดยอัตโนมัติ
เคสชาร์จมีแบตเตอรี่ความจุ 3,000mAh สามารถชาร์จอุปกรณ์ซ้ำได้หลายรอบ พร้อมไฟ LED แสดงระดับพลังงานคงเหลือ ช่วยให้ตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ได้อย่างสะดวก
นอกจากนี้ ยังมาพร้อม สายชาร์จแบบคู่ (Dual Charging Cable) ที่สามารถชาร์จไฟให้ทั้งตัวส่งและตัวรับสัญญาณได้โดยตรง เพิ่มความสะดวกในการใช้งานระหว่างเดินทาง
NUX C-58RC ทั้งตัวส่งสัญญาณ (Transmitter) และตัวรับสัญญาณ (Receiver) มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวก สามารถใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกงได้อย่างง่ายดาย
มาพร้อมเคสชาร์จขนาดกะทัดรัด สามารถจัดเก็บในกระเป๋ากีตาร์ (Gig Bag) หรือกระเป๋าใส่เอฟเฟกต์ได้อย่างสะดวก ตอบโจทย์นักดนตรีที่ต้องเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ต สอนดนตรี หรือแสดงสดตามสถานที่ต่าง ๆ
– Frequency: 5.8 GHz ISM Band (5.725–5.850 GHz)
– RF Power: < 25 mW EIRP
– Resolution / Sample Rate: 24-bit / 44.1 kHz
– Range: 30 m
– Frequency Response: 20 Hz–20 kHz
– Latency: 3.7 ms
– THD+N: < 0.4% @ 1 kHz
– Battery Capacity (TX / RX): 650 mAh / 3.7 V
– Battery Life: 4.5 Hours
– Charging Case Battery: 3000 mAh / 3.7 V
– Dimensions (TX / RX): 64 × 34.7 × 27.7 mm
– Charging Case Dimensions: 96 × 87 × 26.5 mm
– Weight: